เคล็ด(ไม่)ลับ 12 พฤติกรรมสุขภาพเพื่อผิวสวย

“รู้หรือไม่ค่ะ! ผิวกายของเรา (body skin) จัดเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่เยอะที่สุดในร่างกาย มีความสำคัญต่อการปกป้องเชื้อโรคและมลพิษจากสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้รักสุขภาพอย่างคุณ จะต้องหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพผิวอย่างจริงจัง หนูมาลีเชื่อว่า ผู้รักสุขภาพอย่างคุณ ล้วนอยากมีสุขภาพผิวที่ดี สวยงาม เปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย จนทำให้คนรอบข้างทัก วันนี้หนูมาลีมีเคล็ดลับดีดีกับ 12 พฤติกรรมสุขภาพที่ทำแล้วช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี มาฝากกับทุกท่าน สุขภาพผิวที่ดีสร้างได้ง่ายๆด้วยตัวคุณเอง หนูมาลีคอนเฟิร์มค่ะ”

ข้อที่ 1 ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

มีอาหารบางชนิดที่คุณกินแล้วอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวของคุณได้ เช่น กินอาหารเผ็ดหรือช็อคโกแล็ต ทำให้เกิดสิว การดื่มน้ำน้อยจะทำให้เซลล์ผิวขาดน้ำ ผิวดูแห้งและหยาบกร้าน ดังนั้นคุณควรหันมาใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่น ผัก

และผลไม้ออร์แกนิค น้ำดื่มสะอาด น้ำผลไม้ นมหรือโปรตีนจากสัตว์ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่มีผลเสียต่อสุขภาพเช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ถึงแม้จะมีผลิตภัณฑ์จากสุขภาพในท้องตลาดหลายๆแบรนด์ที่ช่วยดูแลสุขภาพผิวคุณได้ แต่กว่าที่คุณจะหา

ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับคุณได้ อาจต้องเสียทั้งเงินและเวลา ดังนั้นการปรับเปลี่ยนวิธีการกินจึงเป็นวิธีพื้นฐานที่ง่ายที่สุดเพื่อการดูแลสุขภาพผิวของคุณ อย่างที่เขาบอกว่า You are..what you eat

 

ข้อ 2. การขัดผิวเป็นประจำ

คุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า การสครับผิวเป็นประจำนั้น จะช่วยขจัดสารพิษ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และขจัดไขมันที่อุดตันในรูขุมขนของคุณได้ ทำให้ผิวคุณกลับมาดูมีชีวิตชีวาและดูเปล่งปลั่ง นอกจากนี้การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หลังการสครับผิว จะทำให้ผิวคุณอ่อนนุ่มขึ้นมาทันที การสครับผิวควรทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทีนี้หนูมาลีขอแนะนำสูตรธรรมชาติที่ไม่ต้องใช้สารเคมีสำหรับสครับผิวได้ง่ายๆแบบประหยัด เรียกสูตรนี้ว่า ซูการ์สครับ (ѕugаr ѕсrub) วิธีการสครับ ทำได้ในช่วงระหว่างอาบน้ำ ให้นำน้ำตาลประมาณครึ่งถ้วย ขัดบนผิวเป็นวงกลมด้วยใยบวบหรือถุงมือสครับแล้วล้างออกให้สะอาด หลังเสร็จแล้วคุณจะรู้สึกว่า ผิวจะเนียนนุ่มขึ้นมาทันที ข้อดีของซูการ์สครับคือ น้ำตาลจะค่อยๆละลายน้ำเมื่อสัมผัสผิวหนังทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองและทำให้ผิวหนังเป็นแผล

 

3. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่ร่างกายต้องการ

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า สภาวะที่ร่างกายขาดน้ำเป็นอย่างไร หนูมาลีมีข้อสังเกตง่ายๆดังนี้ คือการสังเกตได้จากการแสดงออกทางผิวหนัง เช่น ผิวแห้ง หยาบกร้าน ริมฝีปากแตกลอก หากมีอาการเหล่านี้แสดงว่าเราดื่มน้ำน้อย และ หากดื่มน้ำน้อยเป็นเวลานานๆติดต่อกัน อาจทำให้ผิวเกิดรอยเหี่ยวย่นและรูขุมขนกว้างได้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุที่สาวๆ หลายๆคน ไม่เคยรู้ว่า ผิวของคุณจะกลายมาเป็นแหล่งของการเข้าไปสะสมของเชื้อแบคทีเรียและก่อให้เกิดสิวได้เนื่องจากดื่มน้ำน้อย เพื่อเป็นการป้องกันผิวขาดน้ำ การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร จะช่วยให้ผิวคุณดูนุ่มฟู มีชีวิตชีวา และป้องกันการเข้าไปสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้

 

4. การล้างหน้าก่อนเข้านอนเพื่อลดความมันและลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในรูขุมขนของผิวหนัง

ผิวหน้าเป็นส่วนที่ sensitive มากที่สุดในบรรดาผิวหนังทุกๆส่วน ในระหว่างวันผิวหน้าของคุณต้องสัมผัสกับฝุ่น มลพิษ รวมถึงไขมันบนใบหน้าที่สามารถไปอุดตันรูขุมขนและเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้ และยังทำให้ผิวหน้าของคุณหมองคล้ำ ส่งผลให้เกิดรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรได้ ปัจจัยทั้งหมดนี้คุณสามารถป้องกันได้ง่ายๆ โดยการล้างหน้าให้สะอาด อย่างน้อยวันละสองครั้ง เช้าและก่อนนอน ดังนั้นคุณควรให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า (skin type) ช่วงอายุของคุณ และ ควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หลังล้างหน้าทุกครั้งเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า

 

5. การการยืดเหยีดร่างกายเพียงเบาๆ ช่วยให้ผิวดูดีขึ้ได้จริงๆ

หากพูดถึงการยืดเหยียดร่างกาย สาวๆ หลายๆคนอาจนึกถึงการทำโยคะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก และต้องใช้เวลาฝึกฝนนาน หากทำได้ก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย แต่ในความเป็นจริง เพียงแค่คุณใช้เวลาว่างระหว่างวันเพียงเล็กน้อย ก็สามารถยืดเหยียดร่างกายให้ได้ผลดีไม่แพ้การเล่นโยคะเลยทีเดียว เพราะการยืดเหยียดเพียงเบาๆ ไม่กี่นาที  จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย โดยเฉพาะสมอง  ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และผิวหนังทำให้ผิวหนังได้รับออกซิเจน สารอาหาร และขับของเสียออกจากผิวได้ เพราะฉะนั้น การยืดเหยียดไม่ได้จำกัดว่าต้องทำหลังออกกำลังกายเท่านั้น แต่สามารถทำทุกช่วงทุกที่ทุกเวลา ที่คุณรู้สึกอ่อนเพลียเพื่อทำให้คุณรู้สึกกลับมาสดชื่นได้ แม้แต่การพักเบรคจากการประชุมอันตรึงเครียด  ลองใช้เวลาพักเบรคของคุณหามุมยึดเหยีดร่างกายแทนการดื่มกาแฟ รับรองว่า จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้นได้เหมือนกับการดื่มกาแฟ แต่สิ่งที่ได้มากกว่าคือ สุขภาพผิวที่ดีขึ้นค่ะ

 

6. การออกกำลังกาย ให้สนุกและมีความสุขช่วยให้ผิวสุขภาพดี

การออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ โดยเน้นการใช้ออกซิเจน เช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยาน การวิ่ง การเต้นแอร์โรบิค หรือการทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ทำให้เหงือออกเพียงเล็กน้อยเป็นเวลา 30 ถึง 60 นาทีต่อวัน มีงานวิจัยว่าช่วยลดไขมันส่วนเกิน ลดความเครียด กระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข และที่สำคัญยังส่งผลทำให้ผิวหนังของคุณมีสุขภาพดีได้ด้วย แต่การออกกำลังก็มีข้อเสียเหมือนกัน ถ้าหากเราออกกำลังกายหักโหมจนเกินไป  อาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและร่างกายอ่อนล้ามากจนเกินไป ดังการออกกำลังกายที่ดีควรจะทำอย่างเหมาะสม ไม่มากเกินไป หรือไม่น้อยจนเกินไป ควรเน้นออกกำลังกายให้คุณรู้สึกสนุก และรู้สึกดีในการได้ออกกำลังกายในแต่ละครั้งจะดีกว่า

 

7. ดีท็อกซ์ผิวด้วยเทคนิคการแปรงผิวแบบแห้งด้วยแปรงขนนุ่ม

การแปรงผิวแบบแห้งเป็นเทคนิคที่นิยมในต่างประเทศ มีเคล็ดลับง่ายๆคือการเลือกใช้แปรงที่มีขนไม่นิ่มและไม่แข็งจนเกินไป นำมาแปรงผิวในขณะที่ผิวยังแห้ง โดยมีทิศทางในการแปรงผิวตามการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่หัวใจ  เช่นจากปลายขาขึ้นด้านบนหรือจากปลายมือเข้าสู่ลำตัว ซึ่งประโยชน์ของเทคนิคนี้คือการดีท็อกซ์ผิว เป็นการไล่สารพิษที่ตกค้างในผิวหนังได้อย่างง่ายๆที่คุณคิดไม่ถึง และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเร่งผลัดเซลล์ผิวใหม่ได้ดีอีกด้วย

 

8. การอดอาหารเป็นทำลายผิวของคุณ

ในปัจจุบันหลายคนลดน้ำหนักโดยการอดอาหาร (intermittent fastings)  คุณรู้หรือไม่ว่าในช่วงเวลาที่อดอาหาร จะทำให้ผิวหนังคุณสูญเสียความเต่งตึงเนื่องจากผิวหนังขาดสารอาหารมาหล่อเลี้ยง ส่งผลให้ผิวหนังดูแก่กว่าวัยและในที่สุดจะทำให้ผิวหมองคล้ำ ดังนั้นเพื่อสุขภาพผิวที่ดี คุณควรเลือกวิธีการลดน้ำหนักโดยการจำกัดปริมาณแคลอรี่ต่อวันและหลีกเลี่ยงการรับประอาหารที่มีไขมันที่ไม่ดีเป็นส่วนผสม

 

9. มาร์คผิวง่ายๆด้วยแตงกวา

การมาร์คผิวด้วยแตงกวาเป็นสูตรที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ เนื่องจากแตงกวามีสารที่เพิ่มความชุ่มชื้นต่อผิวและสามารถลดการระคายเคืองของผิวที่ไหม้แดดได้เป็นอย่างดี คุณสมบัติของแตงกวาจึงถือเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพที่ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิว และช่วยฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาดูกระจ่างใส

10. นอนหลับเพียงพอ

รู้หรือไม่ว่า การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลเสียต่อผิวยังไง หากคุณนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายหลังฮอร์โมนความเครียดที่เรียกว่าคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดความเครียดในร่างกายของคุณ ทำให้เกิดการอักเสบของร่างกายและส่งผลต่อสุขภาพของผิวหนัง ทำให้ผิวดูหมองคล้ำได้ ดังนั้นในแต่ละวันคุณควรนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพผิวที่ดี

 

11. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวของคุณสัมผัสต่อสารที่อาจทำลายสุขภาพผิวของคุณ คุณควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ดี มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผิว โดยการเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีฉลากครบถ้วนและมีการจดแจ้งเลขทะเบียนกับ อย. ถูกต้อง เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทุกครั้งก่อนนำมาใช้ และสาวๆที่แต่งหน้าเป็นประจำ อย่าลืมให้ความสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่ทำให้หน้าคุณสะอาดก่อนนอนทุกวัน เพื่อเป็นการลดการอุดตันของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

 

12. ใช้สารกันแดดเป็นประจำ

ในแต่ละวันมีหลายปัจจัยภายนอกที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวของคุณ ได้แก่ UV จากแสงแดดที่ก่อให้เกิดการไหม้ของผิว ลมที่อาจทำให้ผิวแห้งลอก มลพิษที่เป็นอนุมูลอิสระทำให้ผิวเหี่ยวย่น และความสกปรกที่อาจไปสะสมในรูขุมขนจนก่อให้เกิดสิว แต่ปัจจัยที่น่ากังวลที่สุดคือ UV จากแสงแดด เพราะจะทำให้ผิวหนังไหม้คล้ำและอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเป็นประจำและทุกครั้งก่อนออกแดด จะช่วยปกป้องการทำลายเซลล์ผิวของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคุณควรให้ความสำคัญก่อนเป็นอันดับแรก

แสดงความคิดเห็นโดย Facebook

Scroll